แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบตเตอรี่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แบตเตอรี่ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

มาซะที 105D31 ของ 3K



          หลังจากปล่อยให้หลายยี่ห้อทำตัวท๊อปออกมาขายอย่างระเบิดเทิดเทิงแล้ว ก็ถึงคราวของ 3K ปล่อยตัวท๊อปรุ่นใหม่ออกมาบ้าง 105D31R/L  ตะกั่ว 19 แผ่น  อืมม..ดูแล้วช่างน่าเกรงขามเหมือนกัน น่าลองดูนะครับสำหรับคนที่ต้องการแบตฯ.แรงๆ หรือรถที่มีขนาด 3,000 CC ขึ้นไป
          ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงรุ่นตะกั่ว 17 แผ่นคือ NS120+ ออกมาพร้อมรุ่นยอดนิยมตลอดกาล NS100 ลูกขาว ตะกั่ว 15 แผ่นมาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้กันอย่างทั่วถึง





3K NS100


วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แบตเตอรี่ ขายดีอันดับ 1

          จากโฆษณา จะเห็นว่า มีแบตเตอรี่ยี่ห้อหนึ่ง คือ GS ที่ติดสติ๊กเกอร์ว่า "ขายดีอันดับ 1 "
ตามรูปด้านล่าง



          ปรากฎว่า ในขณะนี้ มีคู่แข่งขึ้นมาอีกหนึ่งเจ้าแล้วครับ...เขาผู้นั้นคือ !!!









          ส่วนใครจะขายดีอันดับหนึ่งตัวจริง ก็รอให้สรรพากร ตรวจสอบก่อนแล้วกันครับ ว่า...
ใครเสียภาษีมากกว่า ก็ให้คนนั้นได้อันดับหนึ่งไปครองอย่างแท้จริง...
          สมราคาขายดีอันดับ 1 และได้ช่วยชาติให้มีรายได้มาให้นักการเมือง...เอ้ย!!! มาพัฒนาประเทศต่อไปครับ...หุหุหุ...

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แบตเตอรี่ MF


               ปัจจุบันร้านค้าจะใช้คำอธิบายสองแบบ คือ แบตฯกึ่งแห้ง หรือ แบตฯแห้ง, ทั้งสองความหมายคือแบตฯMF.(MAINTENANCE FREE)   โดยปกติทั่วไป แบตฯMF จะมีน้ำกรดภายใน เพียงแต่ว่า จะมองเห็นจุกหรือไม่เห็นจุก.แบตเตอรี่ MF มีฝา 2 แบบ คือ แบบไม่มีจุก และ แบบมีจุก. ผู้ใช้ส่วนมากจะเรียกว่า แบตฯแห้ง, ซึ่งตามความจริงแล้ว ในแบตฯมีน้ำกรดบรรจุภายใน.
               1.  แบบไม่มีจุก ดูเหมือนว่าไม่ต้องบำรุงรักษา.  
               2.  แบบ มีจุก สามารถบำรุงรักษาได้, กรณีน้ำกรดในแบตฯลดลง สามารถเปิดจุกเติมน้ำกลั่นเพิ่มถึงระดับที่กำหนดไว้ เพื่อยึดอายุการใช้งานในนานขึ้น และยังสามารถตรวจวัดค่า ถ.พ.น้ำกรดโดยใช้ปรอทวัดค่าถ.พ.น้ำกรด  กรณีแบตฯจำเป็นต้องอัดไฟเพิ่ม ค่า ถ.พ.น้ำกรดจะเป็นตัวบอกให้ทราบว่า แบตฯได้รับการประจุไฟสมบูรณ์.(โปรดศึกษาวิธีการอัดไฟ)  ค่าถ.พ.น้ำกรดมาตรฐานแบตฯ MF=1.280(+/-0.01) และค่าถ.พ.น้ำกรดมาตรฐานแบตฯธรรมดา=1.240(+/-0.01)
               PANASONIC MF คือ แบตฯMF100% เป็นแบบมีจุก.
 เนื่องจากอากาศร้อนในประเทศไทย แบตเตอรี่ พานาโซนิค MF จึง ออกแบบให้มีจุกบนฝา เพื่อสะดวกในการบำรุงรักษา(ตรวจวัดค่าความถ่วงจำเพาะน้ำกรดและเติมน้ำกลั่น) เพื่อยืดอายุการใช้งาน. แม้แต่รถป้ายแดง(รถใหม่) ยังใช้แบต MF แบบมีจุก เพราะว่า ผู้ผลิตรถยนต์ต้องการให้สะดวกในการบำรุงรักษา.
               แบตเตอรี่เปลือกสีดำ มองไม่เห็นน้ำ, เพื่อสังเกตทางผู้ผลิตได้ใส่ตาแมว(ช่วยบอกระดับน้ำในช่องแบตเตอรี่) โดยปกติเมื่อใช้งานครบตามระยะเวลา,ระดับน้ำในแบตเตอรี่จะลดลงเท่าๆกันทุกช่องทั้งหกช่อง. ยกเว้น อาการผิดปกติของระบบไฟชาร์ท(ชาร์ทแก่/แรง) หรือแบตเตอรี่ถูกใช้งานหนัก เช่น นำรถยนต์วิ่งตลอดทั้งวันบ่อยๆ ตัวอย่าง รถแท๊กซี่, รถวิ่งระยะทางไกลๆบ่อยๆ เป็นต้น.
               ระยะเวลาที่ควรตรวจดูระดับน้ำ(ตาแมว) คือ ครั้งแรกใช้งานครบ 11 เดือนนับจากวันที่ติดตั้งใช้งาน ครั้งที่สองเมื่อครบ 16 เดือนนับจากวันที่ติดตั้งใช้งาน , จากนั้น ทุก 4 เดือน. เนื่องจากแบตเตอรี่มีอายุมากขึ้น(เช่นเดียวกับมนุษย์ พออายุมากขึ้นๆ ค่อยตรวจสุขภาพบ่อยขึ้น). 
               สำหรับ แบตฯPANASONIC MF จะมีแผ่น control-sheet ปิดทับจุก, เพื่อควบคุมการระเหยของไอน้ำและก๊าซไฮโดรเจน. จุกที่ใช้เป็นจุกออกแบบพิเศษป้องกันการระเบิดอันมีสาเหตุจากประกายไฟภายนอก, และมีฟิวเตอร์/ตัวกรองภายในจุกช่วยกักเก็บน้ำแต่ให้ก๊าซระเหยออกเท่านั้น, แผ่นธาตุภายในแบตฯ ออกแบบพิเศษให้ทนกับอากาศเมืองไทย (ทนอากาศร้อนและจราจรแออัด). 
               สติกเกอร์ที่แปะบนฝา(คอนโทรลชีท) ไม่ต้องแกะออก จะแกะออกต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น ในกรณี แบตฯไฟอ่อน จะต้องถอดไปอัดไฟเพิ่มและวัดค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรด หรือ เติมน้ำกลั่นเพิ่ม เมื่อตรวจพบว่าระดับน้ำลดลงมากผิดปกติ.
               จุกแบตเตอรี่ทั้งหกจุก มีฟิวเตอร์ตัวกรองอยู่ภายในจุก จะช่วยกักเก็บน้ำ แต่จะให้ก๊าซผ่านได้เท่านั้น. 
               การรับประกันฯ นับ จากวันที่ซื้อใช้งาน(ตอกวันที่เริ่มใช้งานบนฝาแบตเตอรี่) หากแบตเตอรี่บกพร่องอันเกิดจากกระบวนการผลิต จะชดเชยเปลี่ยนลูกใหม่ แต่จะต้องส่งให้ผู้ผลิตตรวจสอบ และเป็นผลการตรวจสอบจากผู้ผลิตเท่านั้น

               ที่มา: http://www.facebook.com/PanasonicCarBatteryThailand?ref=stream



วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สาเหตุของแบตเตอรี่เสื่อม

          โดยหลักใหญ่ใจความแล้ว การเสื่อมของแบตเตอรี่ มีมากมายหลายประการมาก แต่จากประสบการณ์ที่เจอ หนีไม่พ้นที่จะแนะนำบอกกล่าวไม่กี่อย่างเองครับ...
       
          สาเหตุของแบตเตอรี่เสื่อมที่เจอมากที่สุด มีดังนี้ครับ

          1.จอดรถเป็นเวลานาน (ตั้งแต่ 2-3 อาทิตย์ ขึ้นไป) เพราะแบตฯ.จะคลายประจุหมด โดยไม่มีการชาร์ทไฟเข้าหม้อแบตฯ.เลย แก้ไขโดยนำไปชาร์ทไฟตามปรกติ ถ้าชาร์ทเข้าและแบตฯ.เก็บไฟอยู่ ก็ใช้การได้ตามปรกติครับ
          2.ปล่อยให้น้ำกรดในหม้อแบตฯ.แห้ง หรือต่ำกว่าระดับที่กำหนด
             การที่น้ำกรดในหม้อแบตฯ.จะแห้งได้ ต้องเกิดจากการใช้งานมาเป็นเวลานานพอสมควร (อาจจะ 1 ปีขึ้นไป หรือมากน้อยกว่านี้โดยประมาณ หรือ ไดชาร์ททำงานตลอดเวลา ตัวคัทเอาท์ไฟไม่ตัดเมื่อแบตเตอรี่เต็ม ทำให้ความร้อนเกิดขึ้น น้ำในแบตฯ.จึงค่อยๆระเหย จนแห้งในที่สุด
            แก้ไขโดยต้องสร้างวินัยให้ตัวเอง โดยการตรวจระดับน้ำกรดในแบตฯ.ทุกๆ 3เดือนเป็นอย่างน้อย หากแบตฯ.แห้ง ให้รีบเติมน้ำกลั่น ให้ได้ระดับขีดบนสุดที่กำหนดไว้ (ปรกติจะชนเสมอกับขอบพลาสติกที่ยื่นลงภายในของแต่ละช่อง (ตามรูป)




ภาพแสดงระดับการเติมน้ำกลั่น


ภาพแสดงระดับการเติมน้ำกลั่นต่ำและปกติ



            ในการเติมน้ำกลั่นลงในหม้อแบตฯ.เมื่อแห้ง อาจมีผลทำให้รถสตาร์ทไม่ติด เนื่องจาก ถพ.(ความถ่วงจำเพาะ)ของน้ำกรดต่ำกว่าที่กำหนด หรือกรดจืดนั่นเอง แก้ไขโดยนำไปชาร์ท ก็สามารถนำกลับมาใช้ได้ตามปรกติครับ...
          3.ตัวระบบรถเองมีปัญหาในเรื่องไดชาร์ท, ไดสตาร์ท, คัทเอาท์แบตฯ. หรือ ไฟรั่วในรถยนต์เอง ทำให้ไปกระทบกับตัวแบตฯ.ทางอ้อม ซึ่งกรณีนี้ คงต้องแนะนำให้ไปหาช่างที่ไว้ใจได้ต่อไปครับ

          นี่คือ 3 สาเหตุหลักที่ทำให้แบตฯ.ของรถคุณ เสื่อมสภาพได้ครับ ลองไล่หาสาเหตุดูครับว่า เกิดจากอาการเหล่านี้หรือไม่ครับ ส่วนนอกเหนือจากนี้ ลองนำมาเล่าแชร์ประสบการณ์สู่กันฟังในวันหน้าก็ได้นะครับ...

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เรื่องจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับแบตเตอรี่ !!!


          ผมเคยตอบคำถามหลายครั้งมาก เกี่ยวกับความจุของแบตเตอรี่ ว่าแต่ละรุ่นนั้นจุกระแสได้เท่าไร?  และหลายครั้งมากที่ผู้ใช้แต่ละคน เข้าใจอย่างไม่ถูกต้อง เลยขอใช้พื้นที่นี้ มาให้ความรู้ที่ถูกต้องสักครั้งเพื่อประโยชน์กับตัวท่านเอง ในการเลือกใช้แบตฯ.ให้ตรงรุ่นที่สุดครับ

          นี่คือตารางรุ่นและความจุของแบตเตอรี่ที่มีขายตามท้องตลาดครับ





           รุ่นที่คนถามมากที่สุดคือ NS100 กับ G120 ครับ !!!

           NS100 คนมักเข้าใจว่าเป็น 100 แอมป์ครับ แต่ถ้าดูในตารางที่ถูกต้องคือ 75 แอมป์ครับ ไม่ใช่ 100 แอมป์อย่างที่เข้าใจกัน 100 คือรุ่นครับไม่ใช่แอมป์ แอมป์จริงๆคือ 75 ครับ ในทำนองเดียวกัน G120 ก็ไม่ใช่ 120 แอมป์ครับ มันเป็นรุ่นในการกำหนดของแต่ละบริษัทครับ กระแสจริงๆคือ 80-85 แอมป์ครับ
          ที่อยากให้รู้ก็คือ ตัวท๊อปของปิคอัพแต่ละรุ่น ใช้รหัส 105D31R/L ครับ ( R/L เป็นแค่การสลับขั้วของแบตฯ.เพื่อวางแบตฯ.ให้เหมาะสมกับเรื่องยนต์ครับ ตามรูปล่าง) จุตะกั่วได้สูงสุดแค่ 19 แ่ผ่นครับ


ตัวอย่างของแบตเตอรี่ขั้ว R / L

  

          จำนวนตะกั่วในแต่ละช่องของแบตเตอรี่ขนาด 70 แอมป์ (กว้างxยาวxสูง เท่ากัน ต่างกันแค่จำนวนแผ่นตะกั่วที่ใส่ในแต่ละช่องครับ ยิ่งใส่เยอะยิ่งกระแสสูงและราคาก็จะแพงขึ้นครับ)  สามารถใส่ได้ตั้งแต่ 13 แผ่น, 15 แผ่น, 17 แผ่น และสูงสุดในตอนนี้คือ 19 แผ่น ซึ่งก็คือรุ่นท๊อปของแต่ละยี่ห้อซึ่งก็คือ 105D31R/L นั่นเองครับ
          ในการใช้งานให้เหมาะสม โดยเน้นที่รถปิคอัพก่อนนะครับ ควรใช้ดังนี้

          N70, 65D31R/L เหมาะกับเครื่องยนต์ ไม่เกิน 2500 CC.
       
          N70Z, NS100, 75D31R/L เหมาะกับเครื่องยนต์ 2500-2700 CC.        

          95D31R/L, G120, NS120 เหมาะกับเครื่องยนต์ 2800-3000 CC.

          105D31R/L เหมาะกับเครื่องยนต์ 3000 CC. ขึ้นไป และรถที่ใช้ไฟเยอะๆหรือเล่นเครื่องเสียง

          ฉะนั้นในการเปลี่ยนแบตฯ.ครั้งต่อไป ลองพิจารณาตามข้อมูลที่ได้ให้กับท่านไว้ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับรถของท่านได้เลยครับ...

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แบตฯ.(เตอรี่) เก่ามีค่า...อย่า...ทิ้ง !!!



          ถ้าเปรียบได้กับอวัยวะในร่างกายของคนเรา แบตเตอรี่ก็คงเทียบได้กับ "หัวใจ" ของคนเรานั่นเองครับ...
          ลองคิดดูซิครับ ว่ามีความสำคัญขนาดไหน? หากหัวใจของเราหยุดเต้นหรือไม่ทำงาน นั่นหมายถึงการสิ้นสุดของชีวิต(ก็ตายนั่นแหละครับ!) ของแต่ละคนเลยทีเดียว
          รถยนต์ก็เช่นกันครับ...หากแบตเตอรี่เสื่อม หรือเสีย เก็บไฟไม่อยู่แล้ว รถยนต์ก็ไม่สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่า เราไม่ต้องสูญเสียรถยนต์ไปทั้งคันเหมือนกับชีวิตของคนเรา แค่ถอดแบตเตอรี่ออกแล้วเปลี่ยนลูกใหม่ใส่กลับเข้าไป ก็สามารถใช้ได้ดังเดิมแล้วครับ
          เพียงแค่อยากให้ทราบว่า ทุกครั้งที่เปลี่ยนแบตเตอรี่ ไม่ว่าที่ร้านค้า, อู่ซ่อมรถ,หรือศูนย์บริการต่างๆ เค้าได้คิดราคาตีเทิร์นลูกเก่าให้ท่านแล้วหรือยังครับ
          รู้ไหมครับว่า...แบตฯ.เก่าของท่านนั้น (ขนาด 70 แอมป์) ที่ใช้กับปิคอัพของเรานั้น ราคา ณ ขณะนี้ (23/05/54) ประมาณ 400 บาทครับ (ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่เป็นคนกำหนดครับ) ก็ไม่น้อยเหมือนกันนะครับสำหรับเศรษฐกิจในขณะนี้
          ฉะนั้น หากมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ครั้งใด ก็อย่าลืมสอบถามกับร้านค้าที่ท่านไปเปลี่ยนด้วยนะครับ ว่าคิดราคาหักเทิร์นแบตฯ.ลูกเก่าให้ท่านหรือยัง จะได้ไม่เสียค่า.....ให้กับทางร้าน จะได้ไม่เจ็บใจภายหลังครับ...